ข่าวเศรษฐกิจ, การเงิน - เงินฝากประจำปลอดภาษี คืออะไร ดีอย่างไร และเริ่มต้นยังไงให้คุ้มที่สุด

แชร์หน้านี้
7 ต.ค. 68 14:01

โพสต์โดย : บรรณาธิการ PR News Thailand
IP Address : 49.229.161.248

ฟังข่าวนี้

เงินฝากประจำปลอดภาษี คืออะไร ดีอย่างไร และเริ่มต้นยังไงให้คุ้มที่สุด

เงินฝากประจำปลอดภาษี คืออะไร

เงินฝากปลอดภาษี ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการออมที่ทั้งความเสี่ยงต่ำและคุ้มค่า เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเก็บออมเงินระยะยาวพร้อมรับดอกเบี้ยแน่นอน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกหักภาษีดอกเบี้ยเหมือนบัญชีเงินฝากทั่วไป โดยมีจุดเด่นคือสามารถวางแผนการเงินได้อย่างชัดเจน ได้ดอกเบี้ยเต็มเม็ดเต็มหน่วย และยังเป็นวิธีออมที่ช่วยสร้างวินัยทางการเงิน เหมาะทั้งสำหรับคนทำงานประจำ ข้าราชการ หรือผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนแบบความเสี่ยงต่ำ หากคุณกำลังมองหาว่าจะเริ่มต้นเงินฝากประจำปลอดภาษีอย่างไรให้คุ้มที่สุด บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทั้งความหมาย ข้อดี และเคล็ดลับการเริ่มต้นเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการออมรูปแบบนี้

เงินฝากประจำปลอดภาษีคืออะไร?

เงินฝากประจำปลอดภาษี คือ บัญชีออมเงินแบบหนึ่งที่ธนาคารเปิดให้ฝากเป็นงวดตามระยะเวลาที่กำหนด โดยมีจุดเด่นคือดอกเบี้ยที่ได้รับจะได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษี (ตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ) ซึ่งช่วยให้ผู้ฝากได้รับผลตอบแทนสุทธิมากขึ้นเมื่อเทียบกับบัญชีที่ต้องหักภาษี ส่วนหลักการทั่วไปคือคุณต้องฝากเป็นประจำตามจำนวนและเวลาที่กำหนด เช่น ทุกเดือนหรือทุกงวด และดำรงเงินฝากต่อเนื่องจนกว่าจะครบสัญญา

จุดเด่นและข้อดีของเงินฝากประจำปลอดภาษี

  • ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีเงินฝากประเภทอื่น ๆ ธนาคารมักให้ดอกเบี้ยกับบัญชีประเภทนี้ในอัตราที่แข่งขันได้เพื่อจูงใจให้คนออมระยะยาว
  • ดอกเบี้ยที่ได้รับไม่ต้องเสียภาษี ข้อได้เปรียบสำคัญคือดอกเบี้ยที่ได้รับได้รับการยกเว้นภาษี ทำให้ผลตอบแทนสุทธิสูงขึ้นเมื่อเทียบกับบัญชีทั่วไปที่ถูกหักภาษี
  • ช่วยสร้างวินัยการออม เพราะต้องฝากเป็นงวดตามกำหนด จะช่วยให้คุณมีนิสัยเก็บออมสม่ำเสมอและเดินตามเป้าหมายเพื่อให้ได้เงินก้อนในอนาคต
  • เหมาะกับผู้ไม่ชอบความเสี่ยง เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ (เงินฝากได้รับการคุ้มครองตามเกณฑ์ที่สถาบันคุ้มครองเงินฝากกำหนด) และไม่ต้องจัดการเรื่องการลงทุนซับซ้อน

เงินฝากประจำปลอดภาษีแตกต่างจากเงินฝากประจำทั่วไปและเงินฝากออมทรัพย์อย่างไร?

  • เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย โดยทั่วไปบัญชีปลอดภาษีมักให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์และบางครั้งสูงกว่าเงินฝากประจำทั่วไป เพราะมีการแลกกับเงื่อนไขการฝากที่เข้มงวดกว่า
  • ข้อจำกัดและเงื่อนไขในการถอนเงิน บัญชีปลอดภาษีมักมีข้อจำกัดเรื่องการถอนก่อนครบกำหนดระยะเวลา หากถอนก่อนครบสัญญาอาจไม่ได้รับดอกเบี้ยหรือได้รับดอกเบี้ยไม่เต็มจำนวน และอาจสูญสิทธิยกเว้นภาษี
  • ความยืดหยุ่นในการฝาก เงินฝากออมทรัพย์ยืดหยุ่นมากที่สุด ฝากถอนตามต้องการ ส่วนเงินฝากประจำปลอดภาษีจะกำหนดจำนวนและเวลาการฝากชัดเจน (เช่น ฝากเท่ากันทุกเดือน)

ใครเหมาะกับเงินฝากประจำปลอดภาษี?

  • คนมีรายได้ประจำ เพราะต้องมีความสม่ำเสมอในการฝาก เหมาะกับผู้ที่ได้รับเงินเดือนหรือมีรายได้ประจำรายเดือน
  • ผู้ที่ต้องการออมเงินระยะยาว ถ้าคุณมีเป้าหมายเพื่อเก็บเงินก้อน เช่น เงินดาวน์บ้าน เก็บไว้ใช้ในอนาคต หรือเป็นเงินสำรองฉุกเฉินระยะยาว บัญชีนี้เหมาะมาก
  • คนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำและไม่ต้องการวางแผนภาษีซับซ้อน ถ้าคุณต้องการวิธีเก็บเงินที่ความเสี่ยงต่ำและได้ประโยชน์จากการยกเว้นภาษีโดยไม่ต้องวางแผนภาษีซับซ้อน บัญชีนี้เป็นตัวเลือกที่ดี

เงินฝากประจำปลอดภาษี ข้อควรรู้และเงื่อนไขสำคัญก่อนเปิดบัญชี

ข้อควรรู้และเงื่อนไขสำคัญก่อนเปิดบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี

  • ต้องฝากเงินจำนวนเท่า ๆ กันทุกเดือน ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของบัญชีประเภทนี้ หากไม่ปฏิบัติตาม ผู้ฝากอาจไม่ได้รับสิทธิประโยชน์
  • 1 คนเปิดได้ 1 บัญชีเท่านั้น ตามเงื่อนไขทั่วไป ถ้ามีการเปิดหลายบัญชีเพื่อร่วมใช้สิทธิปลอดภาษี อาจทำให้บัญชีทั้งหมด เสียสิทธิ์ปลอดภาษี (ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับธนาคารแต่ละแห่ง)
  • ขาดฝากเกิน 2 ครั้งหรือฝากเงินไม่ครบ ในหลายโปรแกรม หากผู้ฝากขาดการฝากเกินจำนวนที่กำหนด (เช่น ขาดฝากเกิน 2 งวด) หรือฝากไม่ครบจำนวนที่ต้องการ อาจไม่ได้รับดอกเบี้ยทั้งหมด, ได้ดอกเบี้ยในอัตราต่ำกว่าปกติ หรือผลที่ร้ายแรงคือถูกเรียกเก็บภาษีตามปกติ
  • เงื่อนไขอื่น ๆ ที่ควรตรวจสอบ เช่น ระยะเวลาการฝากขั้นต่ำ ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม กรณีเสียชีวิตหรือต้องการปิดบัญชีก่อนกำหนด ข้อกำหนดของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เป็นต้น

ตัวอย่างบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีและอัตราดอกเบี้ย (ตัวอย่างเปรียบเทียบ)

หมายเหตุ ข้อมูลด้านล่างเป็นตัวอย่างเชิงประมาณและเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดขึ้น ควรตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขปัจจุบันกับธนาคารโดยตรงก่อนตัดสินใจ

  • Bank A (ตัวอย่าง) ระยะเวลาฝาก 12 เดือน, ฝากขั้นต่ำ 1,000 บาท/เดือน, อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.0% ต่อปี (ปลอดภาษี)
  • Bank B (ตัวอย่าง) ระยะเวลาฝาก 24 เดือน, ฝากขั้นต่ำ 2,000 บาท/เดือน, อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.5% ต่อปี (ปลอดภาษี)
  • Bank C (ตัวอย่าง) ระยะเวลาฝาก 36 เดือน, ฝากขั้นต่ำ 1,500 บาท/เดือน, อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 4.0% ต่อปี (ปลอดภาษี)

เปรียบเทียบโดยย่อ ระยะเวลายาวขึ้นมักให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น แต่คุณก็ต้องล็อกเงินไว้นานขึ้น และฝากขั้นต่ำของแต่ละธนาคารจะแตกต่างกัน ทำให้ต้องเลือกให้ตรงกับความสามารถในการออมของคุณ

วิธีเลือกบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีที่เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละคน

วิธีเลือกบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีที่เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละคน

  • ถ้าคุณต้องการความยืดหยุ่นสูง เลือกระยะเวลาสั้นกว่าและฝากขั้นต่ำที่ต่ำกว่าหากต้องการมีทางเลือกในการใช้เงินในอนาคต
  • ถ้าต้องการผลตอบแทนสูงสุด พิจารณาเลือกระยะเวลายาวขึ้นและอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า แต่ต้องมั่นใจว่าจะไม่ต้องใช้เงินก้อนนั้นก่อนครบกำหนด
  • ถ้ารายได้ไม่แน่นอน เลือกบัญชีที่มีจำนวนเงินการฝากขั้นต่ำไม่สูงและมีนโยบายการฝากเงินล่าช้าได้/เยียวยาที่เหมาะสม หรือตรวจดูว่ามี grace period ก่อนคิดว่าคุณจะขาดการฝากได้
  • พิจารณาค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการถอน บางบัญชีอาจมีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมหรือมีเงื่อนไขเพิ่มเติมเมื่อถอนก่อนกำหนด ซึ่งอาจกินผลตอบแทนได้

วิธีเริ่มต้นออมกับบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี

  1. วางแผนและเตรียมเงินฝาก ตั้งงบประมาณรายเดือนว่าคุณสามารถฝากได้เท่าไรโดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็น
  2. เปรียบเทียบบัญชีจากหลายธนาคาร ดูอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลา ฝากขั้นต่ำ เงื่อนไขการถอน และนโยบายการขาดฝาก
  3. เตรียมเอกสาร บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สมุดบัญชีหลักฐานรายได้ (ถ้าธนาคารร้องขอ) และเอกสารอื่น ๆ ตามที่ธนาคารกำหนด
  4. เปิดบัญชี ผ่านสาขาหรือช่องทางออนไลน์ของธนาคาร ตามขั้นตอนที่ธนาคารกำหนด
  5. ตั้งระบบการออมอัตโนมัติ ตั้งหักผ่านบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือบัญชีเงินเดือน เพื่อให้การฝากเงินเป็นไปอย่างสม่ำเสมอและลดโอกาสในการขาดการฝากเงิน
  6. ติดตามยอดเงินฝากและเงื่อนไขเป็นระยะ ตรวจสอบสถานะการฝากเงินและอัตราดอกเบี้ย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขจากธนาคาร

เงินฝากประจำปลอดภาษี เป็นเครื่องมือในการออมเงินที่ดีสำหรับผู้ฝากที่ต้องการความปลอดภัย ผลตอบแทนสุทธิสูงขึ้นจากการยกเว้นภาษี และต้องการสร้างวินัยการออม แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือความผูกมัดในเรื่องจำนวนเงินและระยะเวลา ข้อควรตระหนักสำคัญคือตรวจสอบเงื่อนไขการฝาก การถอน และนโยบายการขาดฝากของธนาคารแต่ละแห่งก่อนเปิดบัญชี และควรตั้งระบบฝากอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงการขาดฝากที่อาจทำให้เสียสิทธิ์ต่างๆ

ถ้าคุณไม่แน่ใจ เริ่มจากจำนวนเล็ก ๆ ที่คุณรับได้ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณสามารถฝากได้อย่างสม่ำเสมอ การเลือกบัญชีที่ตรงกับเป้าหมาย รายได้ และแผนการเงินส่วนบุคคลจะช่วยให้การออมของคุณมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด

หากต้องการ ฉันสามารถช่วยเปรียบเทียบบัญชีจากธนาคารที่คุณสนใจ หรือช่วยคำนวณตัวอย่างผลตอบแทนตามยอดฝากและระยะเวลาที่คุณตั้งใจออมได้ เพียงบอกข้อมูลคร่าว ๆ มาได้เลย

ที่มา : บมจ. ธนาคารกรุงไทย
โพสต์ : พีอาร์ นิวส์ ไทยแลนด์
เผยแพร่ : พีอาร์ นิวส์ ไทยแลนด์

ส่วนสมาชิก

🔥 Best Offer! เผยแพร่ 1 ครั้ง กระจาย 5 เว็บไซต์ PR News Thailand ช่วยเพิ่มการมองเห็นและสร้างการรับรู้ให้ธุรกิจ แบรนด์ สินค้า และบริการของคุณ เพียง 500 บาท เท่านั้น วันนี้ - 30 กันยายน 2569

ผลสลากกินเเบ่งรัฐบาล

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กันยายน 69
รางวัลที่ 1 2 ตัว เลขท้าย 3 ตัว เลขหน้า 3 ตัว
417212 04 136 740 257 346
เงินรางวัล รางวัลที่ 1 : รางวัลละ 6,000,000 บาท เลขท้าย 2 ตัว : 1 รางวัลๆ ละ 2,000 บาท เลขท้าย 3 ตัว : 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท เลขหน้า 3 ตัว : 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท | ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล LotteryThaiPlus.com

จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์

Klook.com