กรุงเทพฯ, 28 ก.พ. 2568 /PRNewswire/ -- Shenzhen Winline Technology Co., Ltd. (Winline Technology) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานในวันเปิดงาน EV Charge Live Asia 2025 (26-27 กุมภาพันธ์ ณ กรุงเทพฯ) ด้วยการจัดแสดงเทคโนโลยีล้ำสมัย บูธของบริษัทฯ ได้กลายเป็นจุดสนใจหลักของงานนี้ โดยดึงดูดคนในวงการและผู้กำหนดนโยบายได้มากมาย เพื่อเข้ามาสำรวจโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
โซนจัดแสดงของ Winline Technology มีไฮไลต์อยู่ที่เครื่องชาร์จแบบบูรณาการ 40-400kW และซูเปอร์ชาร์จเจอร์แบบแยกส่วน 720kW ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากความสามารถในการชาร์จความเร็วสูงพิเศษ โดยทีมวิศวกรได้สาธิตการทำงานแบบเรียลไทม์ พร้อมโชว์ระบบจัดการความร้อนอัจฉริยะของซูเปอร์ชาร์จเจอร์ 720kW และการออกแบบที่ลดเสียงรบกวน (เงียบกว่ารุ่นดั้งเดิมถึง 20dB) นับเป็นคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ปัญหาการใช้งานในประเทศไทยได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังได้สัมผัสกับตู้เก็บชาร์จเจอร์สแตนเลสสตีล 304 ของ Winline Technology ที่ทนต่อการกัดกร่อนจากละอองเกลือ และโมดูลพลังงานหลัก 3 ส่วนอย่างโมดูล V2G แบบสองทิศทาง, โมดูล DCDC แบบสองทิศทางที่ใช้เทคโนโลยี SiC และโมดูลพลังงานระบบทำความเย็นด้วยของเหลวแบบเงียบ ที่ออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมสุดขั้วในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการกัดกร่อนจากเกลือในพื้นที่ชายฝั่ง ไปจนถึงความร้อน 40 องศา และความชื้น 90% ในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ โซลูชันแบบบูรณาการที่รวมพลังงานแสงอาทิตย์-การกักเก็บพลังงาน-การชาร์จของ Winline Technology ที่ออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของโหลดในระบบกริดนั้น ยังพร้อมเข้ามาแก้ไขปัญหาช่องว่างระหว่างการใช้ไฟฟ้าสูงสุดและต่ำสุดของไทยที่ต่างกันถึง 35% ด้วย
ในงานประชุม EV Charge Live Asia 2025 นั้น Winline Technology ร่วมวงถกกับบรรดาผู้นำทางความคิด เพื่อกำหนดอนาคตการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย การอภิปรายเน้นไปที่นโยบาย "30@30" และนโยบาย EV 3.0 ในขณะที่ผู้ประกอบการเน้นย้ำถึงความต้องการเร่งด่วน เช่น "จะทำอย่างไรให้เครื่องชาร์จทนทานต่อความร้อน 40 องศาเซลเซียสและความชื้น 90% ของกรุงเทพฯ โดยไม่เสียหาย" และ "การกัดกร่อนจากเกลือทำให้อุปกรณ์สถานีชายฝั่งของเราเสียหายใน 6 เดือน คุณแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่" การแลกเปลี่ยนเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความท้าทายในวงกว้างของประเทศไทย ซึ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้า (แทรกซึมเพิ่มขึ้น 382% ในปี 2565-2566) ปะทะกับช่องโหว่ของโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่ความเครียดทางสภาพแวดล้อมไปจนถึงความไม่เสถียรของระบบไฟฟ้า
Winline Technology ลงทุนวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น รวมถึงสั่งสมเทคโนโลยีมาเกือบ 2 ทศวรรษ โดยได้พัฒนาขีดความสามารถด้านนวัตกรรมที่เป็นอิสระและเชี่ยวชาญเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์กำลังหลัก สะท้อนให้เห็นการออกแบบโซลูชันของบริษัทฯ เพื่อเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ เครื่องชาร์จแบบแยกส่วน 720kW สามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิ -40 องศาเซลเซียส ถึง +60 องศาเซลเซียส ด้วยความทนทานต่อความชื้น 95% และผ่านการทดสอบละอองเกลือ 1,000 ชั่วโมง (มากกว่าระดับการกัดกร่อนในอ่าวไทย 3 เท่า) ขณะที่การป้องกันระดับ IK10 และฟีเจอร์วินิจฉัยทางไกลก็ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดความล้มเหลวของฉนวน ซึ่งสูงกว่า 400% ในสภาพอากาศเขตร้อน นอกจากนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของกริดไทย (ช่องว่างระหว่างการใช้ไฟฟ้าสูงสุดและต่ำสุด 35%) Winline Technology ยังได้นำเสนอไมโครกริดแบบบูรณาการที่รวมพลังงานแสงอาทิตย์-การกักเก็บพลังงาน-การชาร์จ ที่รองรับ V2G และสอดคล้องกับเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย ส่วนคุณสมบัติในการลดเสียงรบกวน 20dB ช่วยแก้ปัญหาอัตราการร้องเรียน 62% เกี่ยวกับเครื่องชาร์จแบบดั้งเดิมในพื้นที่เมือง ในขณะที่โมดูลประสิทธิภาพ 96.5% ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานสำหรับผู้ประกอบการกองรถในช่วงเวลาที่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเติบโตเฉลี่ย 222% ต่อปี ระหว่างปี 2563-2566)
"ประเทศไทยไม่ได้แค่นำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ แต่กำลังปฏิวัติวงการขนส่งของอาเซียนด้วย" Charles Duan ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Winline Technology กล่าว "โซลูชันของเราได้รับการออกแบบที่นี่เพื่อให้ตอบโจทย์ที่นี่ ไม่ว่าจะในเรื่องความทนทานต่อการกัดกร่อนไปจนถึงความสอดคล้องกับระบบกริด เพื่อให้มั่นใจว่าการเติบโตจะไม่สะดุดเพราะช่องว่างของโครงสร้างพื้นฐาน"
นอกจากนี้ Winline Technology ยังได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับผู้ให้บริการพลังงานชั้นนำของไทยอย่างทีพี ฮาโล บนเวทีหลักของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดยความร่วมมือนี้จะใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมของ Winline Technology ในด้านการชาร์จกำลังสูงและระบบบูรณาการพลังงานแสงอาทิตย์-การกักเก็บพลังงาน-การชาร์จ ผสานกับความเชี่ยวชาญทางการตลาดของทีพี ฮาโล เพื่อนำเสนอโซลูชันที่ปรับแต่งตามความต้องการเฉพาะ และตอบโจทย์ความท้าทายหลักของไทย ไม่ว่าจะในเรื่องความไม่เสถียรของกริดไปจนถึงประสิทธิภาพของกองยานพาหนะเชิงพาณิชย์
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ [en.szwinline.com]
แสดงความคิดเห็น